Categories

    รวบขี้ยาออกจากคุกมาก่อคดีหื่น เข้าไปหลบ ในห้องน้ำรอดักข่มขืนน.ร.สาว เหยื่อร้องให้ชาว บ้านช่วยกันจับกุมสำเร็จเผยถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กกน.เข้าไปแอบในห้องน้ำของวัด หลังเลิกเรียนน.ร.สาวเข้ามาใช้บริการเลยจับล็อกหมายข่มขืน แต่เหยื่อร้องให้คนช่วยจึงถูกจับกุมไว้ได้ ขณะเดียวกัน พม.แฉสถิติเด็กเหยื่อข่มขืนทารุณกรรมจากพ่อแท้พ่อเลี้ยงเพิ่มขึ้น ข้อมูลปี"52 เจอเด็กถูกทำรุนแรง 71 ราย ข่มขืน 37 ราย ต่ำกว่า 3 ปี 8 ราย พม. รุกจัดทำฐานข้อมูลคุ้มครองเด็ก

    สอบสวนนายอำนาจ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเข้าไปแอบอยู่ในห้องน้ำของวัดที่อยู่ข้างศาลาการเปรียญ โดยถอดเสื้อผ้าพร้อมกางเกงออกเหลือแต่กางเกงในเพียงตัวเดียวและแง้มประตูทิ้งไว้ จากนั้นรอเหยื่อที่เป็นนักเรียนหญิงเข้ามาใช้ห้องน้ำได้ประมาณ 20 นาที ต่อมามีน.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมัธยมชื่อดังตั้งอยู่ใกล้วัดเข้ามาใช้บริการห้องน้ำ เมื่อเปิดประตูเข้าไป ตนจึงล็อกคอเหยื่อทันทีและเริ่มลวนลามจะข่มขืน แต่นักเรียนสาวต่อสู้ขัดขืนส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงบีบคอนักเรียนสาวเต็มที่จนเลือดกำเดาไหลออกมา ชาวบ้านได้ยินเสียงร้องจึงพังประตูเข้ามาช่วยเหลือเอาไว้

    นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยติดคุกข้อหายาเสพติด และเมื่อพ้นโทษออกมาแล้วมีภรรยา 1 คน แต่เลิกไปแล้ว เพราะภรรยาทนอารมณ์ทางเพศของตนเองไม่ไหว ตอนนี้ตกงาน โดยเมื่อสามวันที่แล้วเข้ามาที่วัดแห่งนี้ โดยมาอาศัยหลับนอนเห็นมีนักเรียนหญิงเดินผ่านมาที่ห้องน้ำบ่อยครั้ง บางวันนักเรียนใช้ห้องน้ำของวัด วันนี้เกิดอารมณ์จึงเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำรอเหยื่อเพื่อข่มขืน

    ที่มา ข่าวสด

    กองปราบฯจับโจ๋บ้าหนังมาเฟียฮ่องกง บุกฆ่าอริตายคาร้านเกมโดยใช้หลอดนีออนตีหัวและแทงซ้ำ สารภาพเลียนแบบ"หลิวเต๋อหัว"ในหนังมาเฟียฮ่องกง ก่อเหตุตั้งแต่เดือนที่แล้วก่อนหนีไปกบดานบ้านเพื่อนจ.ระยอง ตร.ออกหมายจับหลังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านเกม อ้างคู่อริเข้ามาอาละวาดในร้านเกมที่ตัวเองเล่นอยู่ก่อน แล้วหนีไป จึงพาพวกออกไล่ล่ากระทั่งไปเจอในร้านเกมอีกแห่ง คว้าหลอดนีออนในถังขยะบุกเข้าไปฟาดหัวก่อนใช้เหล็กขูดชาฟต์แทงซ้ำ ตาย 1 เจ็บสาหัสอีก1 เผยคิดว่าตัวเองหล่อเหมือนหลิวเต๋อหัว เลยติดตามผลงานมาตลอดและจำฉากรุนแรงในหนังมาเล่นงานคู่อริ

    คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาท ภายในร้านอินเตอร์เน็ตเกมออนไลน์ ย่านตลาดพลู เขตธนบุรี เป็นเหตุให้นายสิทธิพงษ์ หรืออู๊ด สุทธิรุ่งอนันต์ อายุ 17 ปี นักเรียนช่างกลสยาม ปี 1 เสียชีวิต และนายชวินโรจน์ รักปิ่นณรงค์ อายุ 21 ปี เพื่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานจากภาพของกล้องวงจรปิดในร้านเกิดเหตุ จนสามารถตามจับผู้ต้องหาร่วมกระทำผิดได้สองคนคือนายภูวนาท ยันจรูญ อายุ 20 ปีและนายหริศ พึ่งยิ้ม อายุ 20 ปี ให้การซัดทอดว่านายสารินทร์ เป็นหัวหน้าแก๊งและลงมือทำร้ายคู่อริจนเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ตำรวจกองปราบปรามจึงรวบรวมหลักฐานเสนอศาลขอหมายจับและติดตามจับกุมได้ในที่สุด

    นายสารินทร์ ให้การสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเล่าว่าทำงานอยู่ที่ร้านขายเกมแห่งหนึ่งย่านสะพานเหล็ก และมักจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ในร้านเกมย่านซอยเทอดไท 40 ในวันเกิดเหตุขณะที่นั่งเล่นเกมกันอยู่นายสิทธิพงษ์ ผู้ตาย และนายชวินโรจน์ ขี่รถจักรยานยนต์มาที่ร้านโดยมีลักษณะมึนเมา เข้ามาแซวเด็กสาวในร้าน เป็นเหตุให้มีปากเสียงกับกลุ่มเพื่อนๆ ของตน วัยรุ่นทั้งสองไม่พอใจจึงขว้างขวดเข้ามาก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป สักพักก็กลับมาขว้างขวดซ้ำอีก

    นายสารินทร์ ให้การอีกว่าด้วยความแค้นและเห็นว่าหยามกันเกินไปจึงรวบรวมพรรคพวกได้ 7-8 คน ขี่รถจักรยานยนต์ออกล่าคู่อริ กระทั่งไปเจอรถที่คู่อริใช้ก่อเหตุจอดอยู่หน้าร้านเกมภายในซอยวุฒากาศ 14 จึงหยิบหลอดไฟนีออนในถังขยะเดินเข้าไปภายในร้านก็พบคู่อรินั่งเล่นเกมอยู่ จึงใช้หลอดนีออนฟาดหัวก่อนใช้เหล็กขูดชาฟต์ที่พกมาด้วยกระหน่ำแทงไม่ยั้งจนทั้งคู่จมกองเลือดก่อนหลบหนีไปอยู่ในสวนยางของเพื่อนที่จ.ระยอง กระทั่งตำรวจตามจับกุมได้ดังกล่าว

    โจ๋โหดให้การอีกว่าเหตุที่เลือกใช้หลอดนีออนเป็นอาวุธ เลียนแบบหนังมาเฟียฮ่องกงที่เคยดู โดยเฉพาะหนังที่"หลิวเต๋อหัว"พระเอกชื่อดังเล่น เนื่องจากชื่นชอบมาก และคิดว่าตัวเองหล่อเหมือนพระเอกฮ่องกงคนนี้ ซึ่งในหนังที่หลิวเต๋อหัวเล่น จะมีฉากพาเพื่อนๆ ไปลุยกับคู่อริ และมีเรื่องหนึ่งที่หลิวเต๋อหัว ใช้หลอดนีออนเป็นอาวุธตีศีรษะคนร้าย จึงเลียนแบบ

    ที่มา ข่าวสด

    หัวหน้าตึกกายภาพบำบัด รพ.นครพนม ถูกยิงหน้าร้านเหล้ากลางเมือง ตร.พุ่งปมชู้สาว ก่อนเกิดเหตุมีหญิงสาวหน้าตาดีมาคุยด้วย จากนั้นมือปืนจะเรียกผู้ตายไปเคลียร์ ฉวยจังหวะก้มหัวไหว้ชักปืนจ่อยิงกลางหัว

    สอบสวนทราบว่าผู้ตาย คือ นายพฤทธิ์ จันทร์เงา หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า "หมอเล็ก" อายุ 42 ปี มีตำแหน่งรับราชการเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์ แผนกกายภาพบำบัด หัวหน้าตึกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลนครพนม มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 148/1 ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาเพียงลำพัง มาจอดไว้ลานจอดรถ ตรงข้ามกับร้านอาหารเลิฟมายา ติดถนนสุนทรวิจิตร ก่อนเข้าไปนั่งดื่มเหล้าบริเวณระเบียงหน้าร้านติดริมถนน ซึ่งผู้ตายเคยมาเป็นประจำ จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง พนักงานในร้านได้พบเห็นว่ามีผู้หญิงผมยาว หน้าตาดีคนหนึ่ง เดินมาพบพูดคุยกับผู้ตายในร้าน และมีลักษณะการพูดคุยเหมือนมาเคลียร์ปัญหากัน ก่อนที่หญิงสาวคนดังกล่าวจะเดินออกไปจากร้าน 

    ต่อมาได้มีรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์เงินไม่ทราบยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ขับวนผ่านหน้าร้านที่ผู้ตายนั่งดื่มเหล้าหลายรอบ แต่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งรถคันดังกล่าวไปจอดในที่เกิด และผู้ตายได้เดินออกไปพบลักษณะคล้ายคนรู้จักกัน เพราะผู้ตายทำท่าคล้ายก้มศีรษะ ยกมือไหว้คนขับ แต่คนขับรถยนต์ดังกล่าวได้หมุนกระจกลง พร้อมใช้อาวุธปืนจ่อยิงกลางศีรษะ 2 นัด จนผู้ตายล้มฟุบไปกับพื้น จากนั้นคนร้ายได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

    ที่มา ไทยรัฐ

    ศึกรักสุดโหด ผัวใหม่ขับรถยก สภ.บางละมุงยกพวกตะลุมบอนผัวเก่ากับเพื่อน มีดฟันจนแขนหวิดขาด สาหัสทั้งสองฝ่าย

    โดยผู้บาดเจ็บทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันและมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างทาสีบ้าน ส่วนผู้บาดเจ็บอีกรายเป็นฝ่ายคู่กรณีทราบชื่อนายปาน บุญเกิด อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/2 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พนักงานขับรถยกประจำ สภ.บางละมุง ถูกไม้ตีเข้าที่กลางศีรษะจนมีแผลแตก โดยมีนายธนะพัฒน์ พลเยี่ยม อายุ 32 ปี  เพื่อนสนิทช่วยพยุงร่างด้วยความเป็นห่วง  เจ้าหน้าที่จึงแจ้งหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา มานำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งรักษาที่ รพ.บางละมุง อย่างเร่งด่วน
     
     ที่เกิดเหตุพบน.ส.รัศมี สานศิริ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/3 ม.3 ต.โพธิ์ทอง อ.ศรีขรภูมิ จ.ร้อยเอ็ด  ภรรยาของนายธนะพัฒน์ให้การด้วยอาการตื่นกลัว  เล่าว่า  ก่อนเกิดเหตุ ตนได้เลิกงานกลับมาที่ห้องพักได้เกิดมีปากเสียงทะเลาะกับนายธนะพัฒน์ สามีซึ่งคบหาอยู่กินกันมานานกว่า 2 ปี เศษและยังถูกทำร้ายจนทนไม่ไหว อยากจะเลิกรามาหลายครั้งแล้วจึงได้ออกจากห้องพักแล้วโทรศัพท์ไปหานายพิริยะ อดีตสามีที่เคยคบหากันมานานกว่า 5 ปี แต่ตนก็ยังพูดคุยและแอบคบหากันอยู่ห่าง ๆ แบบเพื่อน บอกให้ช่วยมารับจากนั้นก็ขอคำปรึกษาเพื่อหาทางออกอยากจะเลิกรากับนายธนะพัฒน์ สามีคนปัจจุบันที่ชอบทารุนทุบตี    ตนจึงตัดสินใจว่าจะเลิกราอย่างเด็ดขาด จึงวานขอให้นายพิริยะพาไปเก็บของที่ห้องพักเพื่อกลับบ้านนอก  โดยได้ชวนนายสมบูรณ์ เพื่อนสนิทอีกคนขับรถยนต์ไปด้วยกัน
     
     เมื่อมาถึงหน้าห้องพักตนก็เข้าไปเก็บข้าวของเสื้อผ้าภายในห้อง แต่นายธนะพัฒน์ไม่ยอมให้ตนไปและปิดประตูล็อคห้องพร้อมกับตบตี ตนจึงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ   ทำให้นายพิริยะและนายสมบูรณ์ซึ่งรออยู่ที่รถยนต์ได้ยินก็จะเข้ามาช่วยตน   แต่นายปานเพื่อนสนิทของสามีที่พักอยู่ห้องใกล้เคียงเห็นเข้าคิดว่าเพื่อนจะถูกทำร้ายจึงยกพวกพร้อมนำอาวุธมีดมาฟันทำร้าย นายพิริยะและนายสมบูรณ์จนบาดเจ็บสาหัส แต่ทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้กันจนเกิดการชุนละมุนขึ้น ทำให้ตนจนต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือทั้งสองฝ่ายก็ได้รับบาดเจ็บ   ทั้งนี้ น.ส.รัศมี ยืนยันว่าจะแจ้งความเอาเรื่องกับสามีคนปัจจุบันที่ทำร้ายอดีตสามีคนเก่ากับเพื่อนจนบาดเจ็บ เพราะทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของสามีคนนี้ ซึ่งจะได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งความเอาเรื่องให้ตำรวจดำเนินคดีสามีกับเพื่อนๆให้ถึงที่สุดต่อไป

    ที่มา คมชัดลึก

    Pic_27050เกิดเหตุผู้อำนวยการโรงเรียนดังใน จ.นนทบุรี ถูกยิงตายคาลานจอดรถโรงเรียน คาดว่าเป็นฝีมือครูอัตราจ้างสอนวิชาดนตรี ที่มาขอให้ผู้ตายเป็นพยานในคดียิงปืนในที่สาธารณะ แต่ผู้ตายไม่ยอม

    ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบศพนายสมชาย ศรีเพชร ผู้อำนวยการโรงเรียน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่ลำตัวหลายนัด เสียชีวิตคาที่ จากการสอบสวน คาดว่าคนร้ายคือ นายวรพจน์ เรืองนุช ครูอัตราพิเศษสอนวิชาดนตรี เนื่องจากก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง นายวรพจน์ได้เข้ามาเจรจากับผู้ตาย เพื่อขอให้ช่วยเป็นพยานในคดียิงปืนในที่สาธารณะ ซึ่งศาลจังหวัดนนทบุรีนัดไต่สวนคดีในเช้าวันนี้ (18 ส.ค.) แต่ผู้ตายไม่ยอม และถูกนายวรพจน์ ข่มขู่ ผู้ตายจึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.บางใหญ่   เมื่อแจ้งความเสร็จ นายสมชาย ได้เดินทางกลับมาโรงเรียน ก็มาถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่นายวรพจน์ หายตัวไป เบื้องต้นตำรวจเตรียมรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งไล่ล่าตัวนายวรพจน์มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

    ที่มา ไทยรัฐ

    วัยรุ่น อายุ 21 ปี มีเรื่องกับคู่อริถูกฆ่าโหด ปาดคอตาย พยายามวิ่งหนี แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว  ตำรวจ มุ่งประเด็นมีเรื่อง ยกพวกล้างแค้น

    ตรวจสภาพศพ พบรอยบาดแผล ถูกเฉือนด้วยของมีคม ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร บริเวณด้านซ้ายของลำคอ แต่ไม่พบบาดแผล ร่องรอยการถูกทำร้าย บริเวณอื่นตามร่างกาย ใกล้ที่เกิดเหตุพบรอยเลือดไหลเป็นทางจากปากซอย ถึงบ้านเกิดเหตุ สอบถามญาติ ทราบชื่อผู้ตาย คือ นายพงษ์พัฒน์ เอกสะพัง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 2 ชุมชนวัดสิริพุทธาราม บ.ท่าควาย ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม ตำรวจจึงบันทึกเป็นหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย

    พ.ต.อ.พงศ์ศิริ เพ็ชรหว้าโง๊ะ ผกก.สภ.เมืองนครพนม กล่าวว่า จากการสอบสวน พยานผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมากยกพวกตีกัน โดยทางตำรวจได้มาระงับเหตุแล้วครั้งหนึ่ง ทำให้มีวัยรุ่นหลายคนบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นพอถึงเช้าได้รับแจ้งว่ามีวัยรุ่นถูกฆ่าเสียชีวิต เชื่อว่าเป็นเหตุสืบเนื่องจากเมื่อคืน ซึ่งเบื้องต้น จากการตรวจชันสูตรศพ ของเจ้าหน้าที่ พบบาดแผลบริเวณลำคอผู้ตายถูกเชือดด้วยของมีคม เชื่อว่าขณะเกิดเหตุผู้ตายอาจหนีไม่ทัน ทำให้ถูกคู่อริเข้าทำร้ายร่างกาย และเจตนาใช้อาวุธมีดเชือดบริเวณลำคอ เพราะไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายบริเวณอื่นตามร่างกาย จากนั้นผู้ตายคงวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เป็นเหตุให้ไปเสียชีวิต บริเวณข้างบ้านดังกล่าว เบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวน ติดตามจับกุมผู้ลงมือมาดำเนินคดี คาดว่าจะสามารถติดตามตัวได้ในเร็วๆ นี้ เพราะกลุ่มวัยรุ่นเพื่อนผู้ตายรู้จักกันหมด

    ที่มา ไทยรัฐ

    แทงพรุน 11 แผลฆ่าโหดสาวโรงงาน ที่แท้เป็นฝีมือสามีหนุ่ม หลังก่อเหตุไปหลบอยู่ในสวนใกล้บ้าน สารภาพทำไปด้วยความหึงหวงที่ภรรยาสาวมีชายอื่นมาติดพัน เผยทนดูพฤติ กรรมไม่ไหว เพราะหลายครั้งที่มีโทรศัพท์จากชายอื่นโทร.มาหาภรรยาจะรับสายและพูดคุยต่อหน้าด้วยถ้อยคำที่หวานซึ้ง ล่าสุดคุยสายต่อหน้าอีกด้วยความโกรธจึงจ้วงแทงจนเสียชีวิต

    ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าหมู่บ้านภัทรารมย์ 2 หน้าบ้านเลขที่ 111/796 ม. 1 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบกองเลือดจำนวนมาก ไม่พบผู้บาดเจ็บทราบภายหลังพลเมืองดีนำตัวส่งโรงพยาบาลลาดหลุมแก้ว แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ชุลีพร ม่วงอ่ำ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/796 หมู่บ้านภัทรารมย์ 2 ม.1 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ถูกแทงเข้าที่บริเวณราวนมด้านซ้าย 11 แห่ง

    สำหรับคนร้าย คือ นายวิทยา พูลชัย อายุ 30 ปี บ้านเดิมอยู่เลขที่ 70 ม.4 ต.ฝางคำ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ผู้เป็นสามีที่ใช้อาวุธมีดปลายแหลม คล้ายมีดปอกผลไม้ จ้วงแทง น.ส.ชุลีพร เสียชีวิต สาเหตุเพราะหึงหวงภรรยาที่มีชายมาติดพัน หลังก่อเหตุหลบหนีไป

    สอบสวนเพื่อนบ้านข้างเคียงให้การว่าผู้ตายหน้าตาดี ทำงานอยู่โรงงานย่าน อ.ลาดหลุมแก้ว ส่วนนายวิทยา มีอาชีพรับจ้างทั่วไป โดยนายวิทยากลัวว่าภรรยาจะไปมีแฟนใหม่จึงมีปากเสียงกันเป็นประจำ จนมาเมื่อช่วงเย็นนายวิทยาประชดภรรยาโดยใช้มีดปลายแหลมเชือดแขนซ้ายตัวเองกว่า 10 แผล แล้วมีปากเสียงกันจนเงียบหายไป

    จนมาเมื่อเวลาประมาณสามทุ่ม ทั้งคู่มีปากเสียงดังขึ้นมาอีก จนมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือแล้วเสียงเงียบหายไปจนนายวิทยา หลบออกจากบ้านเดินลัดทุ่งนาข้าวไป เพื่อนบ้านจึงเข้าไปตรวจดูพบว่า น.ส.ชุลีพร ภรรยาของนายวิทยาถูกแทงนอนจมกองเลือดอยู่จึงช่วยกันนำตัวส่ง ร.พ. แต่เสียชีวิต

    ที่มา ข่าวสด